ปลัด ก.ศึกษาธิการ เด้งรับนโยบาย เปิดแนวรุก ปลูกผังสำนึกรักความเป็นไทย

ปลัด ก.ศึกษาธิการ เด้งรับนโยบาย เปิดแนวรุก ปลูกผังสำนึกรักความเป็นไทย

ปลัด ก.ศึกษาธิการ เด้งรับนโยบาย เปิดแนวรุก 2 ด้าน ปลูกผังสำนึกรักความเป็นไทย ทั้ง นักเรียนและบุคลากร รับสมัครบุคลากรเข้ามาในระบบราชการ ภาค ก. ภาค ข. มีน้ำหนักการให้คะแนนส่วนนี้เข้าไปด้วย  

วันที่ 19 พ.ย. 2566 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เด้งรับนโยบาย เปิดแนวรุก2 ด้าน สำนึกความเป็นไทยเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์มากขึ้น ขยายผลให้เข้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ให้กับเด็กนักเรียนลุยทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรีและบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ

หลังจาก มีการประชุมรัฐมนตรี 4 กระทรวงเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ซึ่ง ประกอบไปด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มาทำข้อตกลงร่วมกันใน “การสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติ เป็นคนที่มีจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และยึดมั่นสถาบันสำคัญของชาติ

ล่าสุด นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขานรับนโยบายทันที โดยจะมี 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นไทยให้กับเด็กและให้กับบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ในด้านของเด็กนั้น จะจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช. ปวส. จนถึงปริญญาตรี ที่มีการจัดการเรียนการสอน ทุกกลุ่มทุกหลักสูตร เราจะบูรณาการทุกหลักสูตรและวัดผลเป็นภาคเรียน เราจะทำทันที เพราะได้เตรียมการไว้แล้ว

ด้านบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการนั้น เมื่อเป็นนโยบายและบุคลากรบอกว่า เป็นเรื่องที่ดี ได้ขานรับนโยบายและตื่นตัว พร้อมดำเนินการต่อ ส่วนขั้นตอนที่จะรับบุคลากรเข้ามาใหม่นั้น หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือเรียกโดยย่อว่า สำนักงาน ก.พ. รับสมัครบุคลากรเข้ามาในระบบราชการ สอบผ่านภาค ก. และภาค ข. ในส่วนภาค ค. ที่หน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการรับมาดำเนินการสอบสัมภาษณ์ คัดเลือก กำหนดในเรื่องหัวข้อสำนึกความเป็นไทย น้ำหนักการให้คะแนน ในส่วนนี้เข้าไปด้วย นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญและทัศนคติในวิชาชีพของงาน ก็จะให้ความสำคัญกับนโยบายนี้ นายสุเทพ กล่าว

แหล่งที่มา

About The Author

Scroll to Top