เปิดภาพ เสี่ยแป้ง นาโหนด สมัยเป็น นักแข่งรถโมโตครอส

เปิดภาพ เสี่ยแป้ง นาโหนด สมัยเป็น นักแข่งรถโมโตครอส

 

เปิดภาพ เสี่ยแป้ง นาโหนด สมัยเป็น นักแข่งรถโมโตครอส ส.อบจ.ตรัง เผย เป็นคนมุทะลุดุดัน ขี้โม้ แต่กินง่ายอยู่ง่าย ในฐานะคนเคยรู้จัก อยากให้ลงมามอบตัว 

วันที่ 11 พ.ย. 66 นายสมบัติ พอชัยรัตน์ ส.อบจ.ตรัง (ปะเหลียน) ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว “อมรินทร์ทีวี” ว่า ตนเป็นบุคคลที่เปิดโอกาสให้ เสี่ยแป้ง นาโหนด หรือนาย เชาวลิต ทองด้วง ได้ใช้รถโมโตครอส ตั้งแต่อายุประมาณ 12-13 ปี และทราบว่าเขาไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ตอนนั้น เพราะหันมาแข่งรถเต็มตัว 

เดิมทีตนเป็นคนที่สนใจและแข่งรถโมโตครอสมาตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนก็เคยเปิดสนามแข่งรถโมโตครอสที่บริเวณลานใกล้กับประตูระบายน้ำคลองปะเหลียน จ.ตรัง ทำให้ได้มีโอกาสรู้จักกับ เสี่ยแป้ง นาโหนด ด้วยการแนะนำกันปากต่อปากจากคนในวงการเดียวกัน โดยตอนนั้นตนเรียกว่า “ไอ้แป้ง” เพราะด้วยความที่เป็นคนใต้ด้วยกัน  

นายสมบัติ กล่าวว่า สมัยนั้น เสี่ยแป้ง นาโหนด เรียนรู้วิธีการขับรถโมโตครอสจากน้าชายของเขาที่อยู่ใน จ.พัทลุง จนสามารถแข่งในรุ่น 80 CC ได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่ยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง อาศัยยืมของคนในวงการที่สนิทกัน หาก เสี่ยแป้ง นาโหนด มาฝั่งตรัง ตนก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เขาสนิทมาก และขอยืมรถไปแข่งทุกครั้ง ตลอดกว่า 6-7 ปีที่รู้จักกัน ก็ยืมไปมากกว่า 20 ครั้ง โดยพากันไปแข่งที่สนามที่ตนเป็นผู้จัด 

เปิดภาพ เสี่ยแป้ง นาโหนด สมัยเป็น นักแข่งรถโมโตครอส

และต้องยอมรับว่า เสี่ยแป้ง นาโหนด มีความมุ่งมั่นและชื่นชอบการแข่งรถโมโตครอสมาก เรียกว่าแข่งรุ่น 80 CC สัก 10 ครั้ง ก็ชนะทั้ง 10 ครั้ง แม้ว่าคู่แข่งจะอายุมากกว่าหลายปี ใช้รถรุ่น 125 ซีซี ก็ยังแพ้ให้กับ เสี่ยแป้ง นาโหนด ดังนั้นเรียกได้เลยว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คนในวัยเดียวกันในภาคใต้ไม่เคยมีใครชน ะเสี่ยแป้ง นาโหนด เพราะถ้าให้เขาขี้ยกล้อในสนามค้างไว้ครึ่งชั่วโมง เขาก็สามารถทำได้  

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า มากกว่านั้นคือตนเคยพา เสี่ยแป้ง นาโหนด ไปแข่งระดับประเทศถึง 2 ครั้ง คือทั้งที่จัดในประเทศไทย จ.นครปฐม โดยครั้งนั้น เสี่ยแป้ง นาโหนด อายุประมาณ 18 ปี แข่งรุ่น 125 Cc ผลก็อยู่ที่ลำดับรองชนะเลิศ และอีกแมตซ์คือที่ประเทศมาเลเซีย อายุประมาณ 19 ปี รุ่น 250 CC ผลก็ได้รองชนะเลิศอันดับ 1 แพ้ให้กับชาวต่างประเทศ   

เปิดภาพ เสี่ยแป้ง นาโหนด สมัยเป็น นักแข่งรถโมโตครอส

ช่วง 6-7 ปีที่รู้จักกัน ก็ถือว่าสนิทกันมาก เพราะร่วมทริปแข่งกันกว่า 50-60 สนาม เวลาไปออกทริปแข่งนอกพื้นที่ ต้องกางเต้นท์ค้างแรมกันเป็น 2 สัปดาห์ กินข้าวหม้อเดียวกัน นอนด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบ 24 ชั่วโมง บวกกับเขาต้องอาศัยยืมรถของตนไปแข่งด้วย ทำให้ตนรู้ว่านิสัยของ เสี่ยแป้ง นาโหนด เป็นคนมุทะลุดุดัน ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ และมุมหนึ่งก็จะร่าเริง ชอบพูดจาขี้โม้โอ้อวด จริงจังกับสิ่งที่ทำ เขาจึงสามารถพัฒนาตัวเองไปแข่งในรุ่น 125 ซีซี และ 250 ซีซี ได้ในเวลาไม่กี่ปี 

ดังนั้นปฎิเสธไม่ได้ว่ายุคนั้น เสี่ยแป้ง นาโหนด คือไอดอลของเยาวชนในละแวกนี้ ทุกครั้งที่ตนจัดแข่งขัน เด็กๆ ก็จะมาตั้งตารอดูว่า เสี่ยแป้ง นาโหนด จะมาร่วมหรือเปล่า แล้วก็มีเด็กหลายคนที่อยากเก่งเหมือน เสี่ยแป้ง นาโหนด ในสมัยนั้น แต่ด้วยปัญหาส่วนตัวหลายอย่าง ตนก็เลยเลิกแข่งและไม่ได้จัดแข่งมาประมาณ 10 ปีแล้ว ก็เลยขาดการติดต่อกับ เสี่ยแป้ง นาโหนด ไป มารู้ข่าวเขาอีกที คือตอนที่มีข่าวว่าหลบหนีออกจากโรงพยาบาล และนั่นคือครั้งแรกที่ตนทราบว่าจากเดิมเคยเรียก ไอ้แป้ง เขากลับได้สมญานามเป็น เสี่ยแป้ง นาโหนด ไปแล้ว 

“ตอนที่เห็นข่าวก็ยอมรับว่าตกใจพอสมควร แต่ไม่ค่อยแปลกใจกับพฤติการณ์ของเขา เพราะเดิมทีเขาก็เป็นคนใจกล้าอยู่แล้ว แล้วการที่เขาไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านตระ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ 3 จังหวัดรอบๆเ ขาคุ้นชินดีและกินง่ายอยู่ง่าย แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เคยรู้จักกัน ก็อยากฝากบอกว่าหากรู้ว่าตัวเองทำผิด ก็ขอให้ลงมามอบตัว”

แหล่งที่มา

Scroll to Top