ผู้กำกับจวก Road House รีเมค มันควรฉายในโรง แต่ถูกเอาไปลงสตรีมเพื่อขายท่อประปา

ผู้กำกับจวก Road House รีเมค มันควรฉายในโรง แต่ถูกเอาไปลงสตรีมเพื่อขายท่อประปา

 เป็นเรื่องจนได้ ดราม่าที่มาพร้อมกับการปล่อยตัวอย่างของหนัง Road House ที่เป็นการรีเมคจากหนัง Road House (ไอ้คลั่งมือหนึ่ง) ฉบับปี 1989 ที่นำแสดงโดย Patrick Swayze ซึ่งฉบับนี้มาพร้อมกับดารานำระดับแม่เหล็กอย่าง Jake Gyllenhaal โดยมีผู้กำกับดัง Doug Liman จาก The Bourne Identity และ Edge of Tomorrow มารับหน้าที่กำกับ และที่ปลุกไฟเดือดไปกว่านั้น หนังยังได้ Conor McGregor แชมป์ UFC คนดัง มาร่วมดวลกำปั้นในหนังอีกด้วย

ทว่าท่าทีของผู้กำกับ Doug Liman กลับไม่ค่อยพอใจในการตัดสินใจของสตูดิโอ Amazon MGM Studios เท่าไหร่ที่เอาหนังเรื่องนี้ของเขาลงฉายบนสตรีมมิ่ง Prime Video จนถึงขั้นที่ว่าเขาปฏิเสธจะร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ที่จะเกิดขึ้นในเทศกาลภาพยนตร์ SXSW เขาเปิดเผยกับ Deadline อย่างตรงไปตรงมา รวมเนื้อหาได้ดังนี้

เมื่อ Road House ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์ SXSW ผมจะไม่เข้าร่วม หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมาก บางทีอาจจะเป็นงานที่ดีที่สุดของผม และผมแน่ใจว่ามันจะทำให้คนดูเดือดปุดๆ และอาจทำให้พวกเขาเต้นรำบนที่นั่งระหว่างตอนจบเครดิต แต่ผมจะไม่อยู่ที่นั่น

แผนของผมคือการประท้วงการตัดสินใจของ Amazon อย่างเงียบๆ(เงียบแล้วหรือนี่?) ที่จะสตรีมหนังที่สร้างขึ้นอย่างชัดเจนสำหรับฉายโรง แต่ Amazon ทำร้ายมากกว่าแค่ผมและหนังของผม ถ้าผมไม่พูดถึง Amazon แล้วใครจะพูดล่ะ?

เมื่อ Amazon ซื้อ MGM ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอที่สร้างหนังฟอร์มยักษ์สำหรับเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ (เช่น Bond 007 และ Creed ) พวกเขาประกาศว่าพวกเขาจะทุ่มเงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างหนัง อย่างน้อย 12 เรื่องต่อปี พวกเขาขนานนามสิ่งนี้ว่าเป็น “ความมุ่งมั่นที่ใหญ่ที่สุดในการรับชมภาพยนตร์โดยบริษัทอินเทอร์เน็ต” ผมสามารถบอกคุณได้ว่าตอนนั้นพวกเขาทำอะไรกับผมและหนังเรื่อง Road House ของผม ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่พวกเขาสัญญาไว้เมื่อพวกเขาเข้าครอบครอง MGM

ผมลงนามเพื่อสร้างหนังกับ MGM แล้ว Amazon ก็ซื้อ MGM ไป แล้วบอกว่าจะสร้างหนังดีๆ ผมทำหนังที่ยอดเยี่ยมออกมา แล้วดูสิว่าเขาทำอะไร?

“เราจะทำให้ Road House กลายเป็นหนังฮิต” – นั่นคือคำพูดของ Amazon ไม่ใช่ของผมนะ Road House ผ่านการทดสอบว่ามีศักยภาพสูงกว่าหนังที่ทำรายได้ทะลุ Box office ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมอย่าง Mr. and Mrs Smith เสียอีก สูงกว่า Bourne Identity ซึ่งต่อมามีการสร้างภาคต่อสี่ภาค ผมบอกว่าการตอบรับของสื่อมวลชนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของ Amazon นับตั้งแต่พวกเขาซื้อ MGM และ Road House มีความผูกพันกับ UFC อย่างเหนียวแน่น มีฐานแฟนๆ ที่จงรักภักดีและคลั่งไคล้ ซึ่งได้สร้างความประทับใจบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 1.5 พันล้านการมองเห็นสำหรับหนังเรื่องนี้

Jake Gyllenhaal มอบการแสดงที่บอกให้รู้ว่าเป็นบทบาทที่เขาเกิดมาเพื่อรับเล่น ผู้ชมคงอยากเห็น Conor McGregor ดาวดังของ UFC หวดวงสวิงใส่ Jake Gyllenhaal บนจอภาพยนตร์ ความจริงก็คือไม่มีอะไรสนุกเท่ากับการต่อสู้ในบาร์มันส์ๆอีกแล้ว

พวกเขาทำตรงกันข้ามกับการรับปากว่าจะสนับสนุนหนังฉายโรง และให้เชื่อใจพวกเขา แต่ Amazon จะสตรีม Road House บน Prime ของพวกเขา พวกเขาบอกให้เราเชื่อใจ จากนั้นพวกเขาก็หันมาใช้ Road House เพื่อเป็นส่วนเสริมในการขายอุปกรณ์ประปา

นั่นสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้สร้างภาพยนตร์และเหล่าดาราจาก Road House และพวกเขาก็กีดกัน Jake Gyllenhaal ผู้ซึ่งมอบผลงานการแสดงที่ดีที่สุดในเส้นทางอาชีพนักแสดงของเขา ตัดโอกาสที่จะได้รับรางวัลในปีนี้ แต่ผลกระทบนั้นไปไกลกว่าหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว นี่อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

ถ้าไม่เอาหนังเข้าโรง อนาคตก็จะไม่มีโรงหนัง หนังอย่าง Road House ที่ผู้คนอยากเห็นบนจอใหญ่จริงๆ และมันถูกสร้างมาเพื่อจอใหญ่ด้วย หากไม่มีโรงภาพยนตร์ เราจะไม่มีหนังฮิตใน Box office เชิงพาณิชย์ที่อนุญาตให้สตูดิโอวัดดวงกับหนังที่เป็นออริจินั่ลและผู้กำกับหน้าใหม่ หากไม่มีโรงภาพยนตร์ เราก็ไม่มีดาราหนัง

ผู้บริหารค่ายก็มีความเสี่ยงเช่นกัน รายได้จาก Box office คือทุนรอนที่ช่วยให้สตูดิโอมีทรัพยากรในการสร้างภาพยนตร์ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณเห็นการเลิกจ้างทั่วทั้งอุตสาหกรรม รวมถึงที่ Amazon หากไม่มีหนังฉายในโรงภาพยนตร์ ก็ไม่มีรายได้เข้ามา และเมื่อโรงภาพยนตร์ปิดตัวลง อาจต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าที่ธุรกิจจะฟื้นตัว

ในช่วงที่มีการระบาดรุนแรง มีความเป็นไปได้จริงที่โรงภาพยนตร์จะไม่สามารถฟื้นตัวได้ เราก็ดูหนังที่บ้านได้อย่างสบายใจ แต่แล้วสิ่งที่น่าทึ่งก็เกิดขึ้นเมื่อข้อจำกัดต่างๆ ถูกยกเลิก เราเริ่มกลับเข้าโรงหนัง

การที่เรายังมีโรงภาพยนตร์อยู่หลังโรคระบาดทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันเกิดขึ้นเพราะผู้สร้างภาพยนตร์ผู้กล้าหาญอย่าง Chris Nolan และ Tom Cruise ยืนกรานว่าหนังของพวกเขาจะฉายในโรงภาพยนตร์เท่านั้น และพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้ชมยังคงอยู่ข้างพวกเขา พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้จะมีทุกอย่าง แต่เรายังคงสนุกกับการรวบรวมและแบ่งปันประสบการณ์การชมภาพยนตร์ร่วมกันของผู้คน ผู้คนชื่นชอบการไปชมภาพยนตร์ แม้จะสะดวกต่อการสตรีมกว่าก็ตาม พวกเขาไม่ได้แยกจากกัน ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าหนังมีศักยภาพดีกว่าการสตรีม หากเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน

ผมไม่ได้ต่อต้านการสตรีมภาพยนตร์ ผมสร้างหนังออริจินั่ลเรื่องแรกๆของ Amazon สำหรับการสตรีม และในช่วงที่เกิดโรคระบาดได้ขายหนังสตรีมมิ่งให้กับ Warner Bros. ผมกำลังสร้าง Instigators ให้กับ Apple แต่ผมไม่เห็นด้วยที่ Amazon ทำลาย MGM และธุรกิจการศิลปะการแสดง มันเหมือน Jeff Bezos ซื้อสื่อหนังสือพิมพ์ Washington Post แล้วแทรกแซงห้องข่าว

ผมรักผู้บริหารของ Amazon และเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนดีที่พยายามทำให้ดีที่สุด เราพยายามทุกอย่างเพื่อโน้มน้าวให้พวกเขานำ Road House เข้า ฉายในโรงภาพยนตร์ พวกเขารู้ข้อโต้แย้งทั้งหมดที่ผมนำเสนอที่นี่ ผมยังขอให้พวกเขาอนุญาตให้ผมขาย Road House ให้กับสตูดิโออื่นที่จะนำเรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ พวกเขาบอกว่าไม่ บางทีพวกเขาอาจตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดยถูกบังคับให้ทรยศต่อศิลปินที่พวกเขาเคยให้การสนับสนุนในอาชีพการงาน

ความจริงก็คืออาจไม่มีมนุษย์ที่เป็นตัวโกงในหนังเรื่องนี้ แต่อาจเป็นเพียงอัลกอริทึ่มคอมพิวเตอร์ของ Amazon เท่านั้น Amazon จะขายเครื่องปิ้งขนมปังได้เพิ่มขึ้น หากมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ก็จะมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นถ้าไม่ต้องแข่งขันกับโรงภาพยนตร์ คอมพิวเตอร์สามารถคิดวิธีแก้ปัญหาอันหรูหรานั้นได้อย่างง่ายดายพอๆกับที่สามารถแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยการฆ่ามนุษย์ทุกคน แต่คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักการแบ่งปันประสบการณ์หัวเราะ เชียร์ และร้องไห้กับผู้ชมที่อัดแน่นในโรงหนังนั้นเป็นอย่างไร และหาก Amazon ทำแบบนี้ได้ คนดูในอนาคตก็จะไม่รู้อะไรแบบนี้เช่นกัน

Road House ได้มือเขียนบท Anthony Bagarozzi จาก The Nice Guys และ Nick Cassavetes จาก Face/Off มาเขียนบทจากเค้าโครงเรื่องเดิมของ Chuck Mondry มีทีมนักแสดงสมทบคือ Billy Magnussen, Daniela Melchior, Gbemisola Ikumelo, Lukas Gage, Hannah Love Lanier, Travis Van Winkle, BK Cannon, Arturo Castro, Dominique Columbus, Beau Knapp และ Bob Menery มีกำหนดเข้าฉายสตรีมบน Prime Video ในวันที่ 21 มีนาคม 2024 ที่จะถึงนี้

ชมตัวอย่าง



แหล่งที่มา

Scroll to Top