ประวัติ “ถวิล เปลี่ยนศรี” อดีตเลขาธิการ สมช. กับคดีที่ทำ “ยิ่งลักษณ์” พ้นเก้าอี้นายกฯ

ประวัติ "ถวิล เปลี่ยนศรี" อดีตเลขาธิการ สมช. กับคดีที่ทำ "ยิ่งลักษณ์" พ้นเก้าอี้นายกฯ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และเพิกถอนหมายจับข้อหามาตรา 157 คดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช.เมื่อ 12 ปีก่อน ชี้ไม่มีเจตนา

วันนี้ (26 ธ.ค.2566) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสนามหลวง มีคำพิพากษาคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหากระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช.

โดยศาลพิเคราะห์แล้วให้ยกฟ้อง และเพิกถอนหมายจับในข้อหาตามมาตรา 157 โดยศาลได้ไต่สวน และใช้ดุลยพินิจแล้วชี้ว่าในคำร้องดังกล่าวเป็นคนละประเด็น กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พิพากษาของศาลปกครองและคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด จึงไม่มีผลผูกพันกัน

และตุลาการเสียงข้างมาก พิเคราะห์ว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะสร้างความเสียหายที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดให้กับนายถวิล

ขณะเดียวกันการแต่งตั้งโยกย้าย เป็นไปตามระเบียบ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา อีกทั้งการไต่สวนพบว่าไม่มีเจตนาสมคบคิดกันในการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล

แม้จะเป็นการดำเนินการในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 4 วัน การแต่งตั้งเพื่อให้ทันต่อการเสนอ ให้ ครม.ในขณะนั้นอนุมัติ ซึ่งเป็นไปตามปกติ ไม่พบพิรุธ ที่จะสอนให้เห็นถึงการทุจริตต่อหน้าที่ ที่จะเสนอให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น

ไทม์ไลน์คดีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี

คดีถวิลถือเป็นอีกหนึ่งเงื่อนปมสำคัญที่ทำให้ยิ่งลักษณ์พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ายิ่งลักษณ์ก้าวก่าย แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย และให้พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี

30 กันยายน 2554  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้อำนาจโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมา ครม. ตั้ง พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. และมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร. แทน

7 มีนาคม 2557 ศาลปกครองสูงสุดสั่งคืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ให้ถวิลตามที่ถวิลฟ้อง หลังศาลเห็นว่าเป็นการโยกย้ายที่ใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ พร้อมเพิกถอนประกาศให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ถูกสั่งย้าย

7 พฤษภาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 วินิจฉัยว่า ยิ่งลักษณ์ใช้สถานะการเป็นนายกรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายถวิลเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง

1 กรกฎาคม 2563 ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่งอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

28 กุมภาพันธ์ 2565 อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด

22 พฤศจิกายน 2565 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับยิ่งลักษณ์ เนื่องจากไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุ

ประวัติ ถวิล เปลี่ยนศรี

ถวิล เปลี่ยนศรี เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2496 ที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาติดตามครอบครัวย้ายไปอยู่ที่จังหวัดตรังตั้งแต่เด็ก สมรสกับนางวรรณภา เปลี่ยนศรี ผู้ประสานงานรัฐบาลไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย มีบุตรสาว 1 คน ชื่อ น.ส.ปรัชนัน เปลี่ยนศรี

จบการศึกษาระดับ มศ.5 จากโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, ระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2518) และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2525), ระดับปริญญาโทจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2523), ฝึกอบรมหลักสูตร Senior Executive Course ของ APCSS, วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 46, หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.) รุ่นที่ 38 สำนักงาน ก.พ., หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก (วทบ.) หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 45, หลักสูตรหนังสือพิมพ์สัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ และหลักสูตรรักษาความปลอดภัย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

การทำงาน รับราชการแห่งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ต่อมาสอบโยกย้ายเข้า สมช. ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล 3, ผู้อำนวยการกองความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ, ผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงกิจการชายแดนและการป้องกันประเทศ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 บส), ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ย้ายเป็น ที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 10 ชช),วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ย้ายเป็น รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ สมช.เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แทน พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา ที่ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำเช่นกัน

ต่อมาวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ถวิลไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ต่อมาในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติตามเดิม และในที่สุดในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แก่ถวิล เปลี่ยนศรี ภายใน 45 วัน ถวิล เปลี่ยนศรีได้กลับเข้าดำรงตำแหน่งเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

ในเหตุการณ์ วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม 2557 ถึง 19 พฤษภาคม 2557 ให้เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งโดยปกติ ถวิล เปลี่ยนศรี ต้องเป็นกรรมการ ในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. ไม่ยอมให้ถวิลเป็นกรรมการ ในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของผู้ขึ้นเวที กปปส. อีกด้วย

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ถวิลได้รับการแต่งตั้งเป็น ประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ถวิลนับเป็นพลเรือนคนแรกที่ได้รับตำแหน่งประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เนื่องจากโดยธรรมเนียมตำแหน่งดังกล่าวบุคคลที่เป็นประธานกรรมการ มักเป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งเป็นบุคคลที่มียศกองอาสารักษาดินแดน และก่อนหน้าที่เขาจะดำรงตำแหน่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้ง พลเอก วิโรจน์ บัวจรูญ เป็นประธานกรรมการในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

และยังได้รับการแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านความมั่นคงของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่างประเทศและความมั่นคงของประเทศ ในคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 61 กรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2559[ กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

 



แหล่งที่มา

Scroll to Top