ธำรงศักดิ์ เปิดวิจัยลูกศิษย์พบ 'ก้าวไกล' อันดับ 1 ขอปรึกษาหารือในเวทีสภาเพื่อให้แก้ปัญหาปชช.

ธำรงศักดิ์ เปิดวิจัยลูกศิษย์พบ 'ก้าวไกล' อันดับ 1 ขอปรึกษาหารือในเวทีสภาเพื่อให้แก้ปัญหาปชช.

ธำรงศักดิ์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เปิดงานวิจัยลูกศิษย์พบ พรรคก้าวไกล อันดับหนึ่ง ที่ขอปรึกษาหารือในเวทีสภาเพื่อให้แก้ปัญหาประชาชน ตามด้วย เพื่อไทย และภูมิใจไทย ชี้ผลการวิจัยได้เปลี่ยนความเข้าใจที่สำคัญของสังคมว่า สส. มีบทบาทเพียงด้านนิติบัญญัติ และการจัดตั้งตรวจสอบรัฐบาลเท่านั้น ทว่าความจริงแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญด้านการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดด้วยอย่างเป็นทางการ โดยใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนจังหวัดต่างๆ

26 ธ.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์รายงานวิจัยผ่าน เฟซบุ๊ก ‘ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์’ โดยระบุว่า งานวิจัยปริญญาตรีของ นราเชษฐ รอดเมือง นักศึกษาปี 4 เรื่อง “การขอปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ได้รับรางวัลวิจัยยอดเยี่ยมของคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ปี 2566 มีซึ่งมีตนเป็นที่ปรึกษา

ผลการวิจัยได้เปลี่ยนความเข้าใจที่สำคัญของสังคมว่า สส. มีบทบาทเพียงด้านนิติบัญญัติ และการจัดตั้งตรวจสอบรัฐบาลเท่านั้น ทว่าความจริงแล้ว สส.ไทยยังมีบทบาทสำคัญด้านการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดด้วยอย่างเป็นทางการ โดยใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนจังหวัดต่างๆ ซึ่ง สส. จะมีเวลาคนละ 2 นาทีในวาระการขอปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีเวลาราว 1.30 ชม. ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป

ทั้งนี้ ทางฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรจะมีหน่วยงานส่งเรื่องประเด็นปัญหาที่ สส. นำเสนอ ไปยังกระทรวงต่างๆ และติดตามรายงานผลการแก้ไขปัญหาของกระทรวงนั้นๆ ให้ สส. ได้รับทราบในท้ายสุด

งานวิจัยนี้ได้ใช้การประชุมสภาสมัยสามัญที่ 1 หลังเลือกตั้งพฤษภาคม 2566 ระหว่างครั้งที่ 3-12 (20 ก.ค.-31 ส.ค.) รวมการประชุม 10 ครั้ง มี สส. ร่วมขอปรึกษาหารือจำนวน 295 คน/ครั้ง รวม 879 ประเด็นปัญหา

ด้านพรรคการเมือง (ที่สมาชิกพรรคเสนอขอปรึกษาหารือ)

  • อันดันแรก ก้าวไกล 74 คน/ครั้ง (28.14% เป็นสส.บัญชีรายชื่อ 7 คน) 284 ประเด็นปัญหา (32.32%)
  • อันดับที่ 2 เพื่อไทย 65 คน/ครั้ง (24.71% สส.บัญชีรายชื่อ 4 คน) ) 216 ประเด็นปัญหา (24.52%)
  • อันดับที่ 3 ภูมิใจไทย 51 คน/ครั้ง (19.39%) 136 ประเด็นปัญหา (15.48%)

ด้านประเด็นปัญหาแยกตามภูมิภาค (ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปัญหาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้าถนน น้ำประปา น้ำชลประทาน) อันดับแรก ภาคกลาง ร้อยละ 37.51 (314 ประเด็นปัญหา) อันดับที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 30.47 (255 ประเด็นปัญหา) อันดับที่ 3 ภาคใต้ ร้อยละ 18.16 (152 ประเด็นปัญหา) อันดับที่ 4 ภาคเหนือ ร้อยละ 13.86 (116 ประเด็นปัญหา)

ด้านกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหา (1 ประเด็นปัญหา อาจเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง) อันดับแรก ก.มหาดไทย (การไฟฟ้านครหลวง/ภูมิภาค การประปานครหลวง/ภูมิภาค) ร้อยละ 51.88 (456 ประเด็นปัญหา) อันดับที่ 2 ก.คมนาคม (กรมทาง) ร้อยละ 37.43 (328 ประเด็นปัญหา) อันดับที่ 3 ก.เกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 16.72 (147 ประเด็นปัญหา)

รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คำอธิบายเกี่ยวกับบทบาท สส. ต่อการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ว่า บทบาทนี้มีมาตั้งแต่แรกมี สส. ในไทยเมื่อ 90 ปีมาแล้ว เพราะไทยมีระบบราชการรวมศูนย์อำนาจและการตัดสินใจที่ชนชั้นนำที่กรุงเทพ เมื่อมี สส. บทบาทสำคัญที่ไม่ด้อยไปกว่าบทบาทด้านการออกกฎหมาย คือต่อรองแบ่งปันจัดสรรงบประมาณและความเจริญให้กระจายลงไปยังจังหวัดท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งเป็นเสมือนเกราะช่วยเหลือประชาชนจากการรังแกของข้าราชการเจ้าใหญ่นายโตในจังหวัดอำเภอ และจากการที่ไทยมีการรัฐประหารเป็นระยะ การรัฐประหารจะมุ่งฟื้นอำนาจข้าราชการทุกหน่วย ฟื้นอำนาจรัฐรวมศูนย์ส่วนกลาง จึงทำให้องค์กรท้องถิ่นชะงักงันในการทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของประชาชนในท้องถิ่นจังหวัด ดังนั้น เมื่อมีการเลือกตั้งอีกครั้งหลังว่างเว้นไปหลายปี สส. จึงมีบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชน ด้วยการประสานเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ดังที่เราเห็นคือ ไฟฟ้า ถนน น้ำประปา เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่แทบไม่ได้ถูกตรวจสอบเร่งรัดการทำงานอย่างจริงจัง ดังนั้น บทบาท สส. ไทยจึงยังมีบทบาทประสานช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะด้านสาธารณูปโภคในวิถีชีวิตประจำวัน

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่เฟซบุ๊ก : ทวิตเตอร์ : LINE ไอดี = @prachatai



แหล่งที่มา

Scroll to Top