กมธ.สันติภาพฯ เตรียมเชิญ BRN เข้าร่วมประชุม หวังหาทางออกร่วมกัน

กมธ.สันติภาพฯ เตรียมเชิญ BRN เข้าร่วมประชุม หวังหาทางออกร่วมกัน

รองประธาน กมธ.สันติภาพ เผยเตรียมเชิญผู้แทน BRN เข้าร่วมประชุม หลังจากฟังคณะพูดคุยฝ่ายไทยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว หวังสร้างหลักประกันที่ปลอดภัย ให้เข้ามาหาทางออกร่วมกัน ผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎรเป็นพื้นที่ฟังเสียงที่แตกต่างที่ต้องเปิดกว้างและขยายออก อันจะมีส่วนสนับสนุนกระบวนการสันติภาพที่ทุกคนจับตามอง พร้อมขยายเวลาศึกษาเพิ่มอีก 3 เดือน เริ่มลงพื้นที่ครั้งแรกต้นปีหน้า ด้านเครือข่ายผู้นำศาสนา เสนอ 52 ข้อต่อทุกฝ่าย ชี้กระบวนการสันติควรตามมาตรฐานสากล

23 ธ.ค. 2566 นายรอมฎอน ปันจอร์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยช่วงปิดท้ายเวทีเสวนา หัวข้อ “ทิศทาง อนาคตกระบวนการสันติภาพปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งแรก ในวันที่ 19 – 20 ม.ค. 2567 หลังจากหลายคนมีเสียงบ่นว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ทำอะไรบ้าง

นายรอมฎอน เปิดเผยอีกว่า คณะกรรมาธิการชุดใหญ่นี้ได้มีมติเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วว่าจะขยายระยะเวลาของคณะกรรมาธิการชุดนี้จาก 90 วัน เป็น 180 วัน โดยจะมีข้อเสนอว่ากระบวนการสันติภาพต้องมีการปรับปรุงเรื่องอะไรบ้าง เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและต่อสภาผู้แทนราษฎรตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย โดยจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ 2 ครั้ง คือในวันที่ 19 – 20 ม.ค. 2567 และอีกครั้งในช่วงต้นเดือน ก.พ. 2567

อย่างไรก็ตาม จะมีคณะอนุกรรมาธิการภายใต้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่เดินสายรับฟังประชาชนทั่วประเทศว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อกระบนการสันติภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของคณะกรรมาธิการด้วย

นายรอมฎอน ยังเปิดเผยด้วยว่า การประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายให้มีการเชิญผู้แทนของ BRN เข้าสู่การประชุมของคณะกรรมาธิการสันติภาพชุดนี้ ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่กลไกสภาผู้แทนราษฎรจะฟังคนในขบวนการ BRN 

“วันนี้ทุกท่านได้เจอตัวแทน BRN (ทางออนไลน์) และหวังเช่นกันว่า เราจะสามารถสร้างหลักประกันที่ปลอดภัยที่พวกเขาจะกลับมาในพื้นที่นี้ แล้วก็ได้หาทางออกร่วมกัน ตอนนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการทำงาน”

“ขอให้ทุกท่านเป็นพยานและสนับสนุนการตัดสินใจของ BRN เพราะนี่คือการเปิดพื้นที่ทางการเมืองอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นกลไกอีกทางหนึ่งของกลไกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากตัวแทนของปวงชนชาวไทย .. เราอยากให้เป็นพื้นที่ฟังเสียงที่แตกต่างออกไป ในสถาบันการเมืองที่เป็นทางการในสภาผู้แทนราษฎร และเชื่อว่า อันนี้จะมีส่วนสนับสนุนกระบวนการสันติภาพที่ทุกคนกำลังจับตามอง”

นายรอมฎอน เปิดเผยด้วยว่า ตลอดเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้เชิญหัวหน้าคณะพูดคุย รวมถึงเจ้าหน้าที่ คนทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังมาชี้แจงให้ฟังแล้ว ครั้งนี้จึงได้รับมอบหมายให้เชิญผู้แทนของ BRN อย่างเป็นทางการ 

“ผมขอให้โอกาสนี้ในการทำให้เชื่อว่า ความปลอดภัยเหล่านี้ต้องขยายไปเรื่อยๆ ต้องช่วยกัน แม้ยังมีอุปสรรค อย่างที่บางท่านบอกว่ายังรู้สึกว่าความปลอดภัยเรื่องนี้ยังไม่เต็มร้อยจากการถูกดำเนินคดี ผมคิดว่าต้องช่วยกัน และสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นองค์กรหนึ่งที่จะช่วยขยายพื้นที่แบบนี้ ให้เรื่องที่อยู่ใต้พรม ที่พูดไม่ได้ ได้มาคุยได้ หาทางออกร่วมกัน” นายรอมฎอน กล่าวทิ้งท้าย

เครือข่ายผู้นำศาสนา เสนอ 52 ข้อต่อทุกฝ่าย ชี้กระบวนการสันติควรตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ Dr. Muhammad Bin Ahmad ผู้แทนเครือข่ายผู้นำศาสนา นักวิชาการ ภาคประชาสังคมในพื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Jaringan Pimpinan Islam Ahli Akaderik Organisasi Masyarakat dan Antara Bangsa.) ยังมอบข้อเสนอกระบวนการสันติภาพของเครือข่ายฯ ต่อนายพลเทพ ธนโกเศศ ตัวแทนคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ และส่งต่อไปยังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ (BRN) 

ประกอบด้วย ข้อเสนอต่อรัฐบาลไทย มี 18 ข้อ ข้อเสนอสำหรับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN) 10 ข้อ ข้อเสนอสำหรับผู้อำนวยความสะดวก (ประเทศมาเลเซีย) 13 ข้อ ข้อเสนอสำหรับประชาคมระหว่างประเทศ 11 ข้อ ข้อเสนอต่อประชาชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 ข้อ รวมทั้งหมด 52 ข้อ โดยมีข้อเสนอ ที่สำคัญๆ เช่น

  • กระบวนการสันติภาพควรเป็นไปตามมาตรฐานสากลในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ตามหลักการ 8 ข้อใน UN Guidance for Effective Mediation 
  • เมื่อมีข้อตกลงหยุดปฏิบัติการทางทหารทั้งสองฝ่าย (Ceasefire) ฝ่ายรัฐไทย ควรงดบังคับใช้กฎหมายพิเศษทุกฉบับ ตลอดช่วงเวลาตามที่ตกลงเพื่อสร้างบรรยากาศความปลอดภัยให้กับประชาชน
  • ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติภาพต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยในทุกมิติ 
  • ต้องมีการรับประกันความปลอดภัยสำหรับประชาชนในการแสดงความเห็นหรือการมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ
  • ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมกับกระบวนการโดยตรง 
  • ให้การสร้างสันติภาพในปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการตราพระราชบัญญัติสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • BRN ควรสนับสนุนแนวทางทางการเมืองในการแก้ปัญหาความขัดแย้งมากกว่าการใช้ความรุนแรง และ ควรเปิดกว้างให้ขบวนการอื่น ๆ มีส่วนร่วม
  • BRN ต้องรับประกันความปลอดภัยในทุกมิติกับสำหรับประชาชนทุกฝ่ายในการแสดงความเห็นหรือการมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ 

แหล่งที่มา

Scroll to Top