กมธ.ตร.ขอพิสูจน์ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ จี้ใส่ “ราชทัณฑ์” แจงปมทักษิณ “ทวี” ยันป่วยจริง

กมธ.ตร.ขอพิสูจน์ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ จี้ใส่ “ราชทัณฑ์” แจงปมทักษิณ “ทวี” ยันป่วยจริง

“ก้าวไกล” ตั้งกระทู้ขยี้สิทธิ พิเศษคุมขัง “ทักษิณ” นอกเรือนจำ เฉ่งสังคมคาใจรักษาตัวห้องวีไอพีชั้น 14 รพ.ตำรวจเกิน 120 วัน “ทวี” กางปีกป้องอดีตนายกฯป่วยจริง ไม่ได้ให้อภิสิทธิ์เหนือใคร อ้างแก้ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำรองรับ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ แก้ครหาสังคมโลกตราหน้าเรือนจำไทยนักโทษล้นคุก ยังต้องส่งบอร์ดอีกรอบต้นเดือน ม.ค.67 “ชัยชนะ” บี้กรมคุกเคลียร์ครหาเอื้ออดีตนายกฯ จ่อเข้าตรวจสอบชั้น 14 รพ.ตำรวจ “วรชัย-ภูมิธรรม” วอนเห็นใจนายใหญ่ อย่าโยงเป็นปมการเมือง “โฆษกรัฐบาล” รับขัดไม่ได้มติบอร์ดค่าจ้าง ยันนายกฯไม่หยุดแค่นี้ดันขึ้นค่าแรงอีกรอบ สอท.ค้านแหลกปรับขึ้นอีกรอบ เม.ย.67 ยังไม่เหมาะ ซัดดัชนีชี้วัดยังไม่เปลี่ยนแปลง แนะยกยอดไปปรับ ม.ค.68 วิป 4 ฝ่ายหักดิบฝ่ายค้านเคาะถกร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 67 ตามเดิม 3-5 ม.ค.67

จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับสิทธิส่งตัวไปรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนอกเรือนจำ ที่โรงพยาบาลตำรวจเกิน 120 วัน จนถูกหลายฝ่ายวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ยืนยันการแก้ไขระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ให้คุมขังในสถานที่ไม่ใช่เรือนจำได้ เพื่อใช้กับทุกคนไม่ใช่เฉพาะนายทักษิณเท่านั้น

กก.ขยี้กระทู้สิทธิพิเศษขัง “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากระทู้ถามสด โดย น.ส.ชลณิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) สอบถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีถึงหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ในการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนอกเรือนจำ ได้ผ่านการเห็นชอบตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์หรือไม่ เพราะถูกสังคมตั้งคำถามกว้างขวางไม่อยากให้กระบวนการการยุติธรรมถูกลดความไว้วางใจไปมากกว่านี้ การที่นายทักษิณจะรักษาตัวข้างนอกเกิน 120 วัน เทียบกับผู้ต้องขังรายอื่น เช่น นายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ตรวจพบเป็นฝีที่ตับ แต่กลับถูกส่งตัวเข้าเรือนจำระหว่างที่การรักษาไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่แพทย์ระบุเหตุของโรคมาจากความไม่ถูกสุขลักษณะในเรือนจำ และการที่ทักษิณรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ ที่เป็นชั้นวีไอพีเหมาะสมและจำเป็นอย่างไร เพราะตามระเบียบราชทัณฑ์ห้ามผู้ต้องขังอยู่ห้องพิเศษแยกจากผู้ป่วยทั่วไป และกรณีการออกระเบียบใหม่ของกรมราชทัณฑ์ให้คุมขังนอกเรือนจำได้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายทักษิณหรือไม่ คดีใดบ้างจะเข้าตามระเบียบใหม่ของกรมราชทัณฑ์

“ทวี” กางปีกป้องชั้น 14 ไม่ได้วีไอพี

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า นายทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันที่ 22 ต.ค.66 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่รัฐบาล “เศรษฐา” แถลงนโยบายวันที่ 11 ก.ย.66 กระบวนการของนายทักษิณ รัฐบาลนี้จึงไม่ได้รับรู้ ส่วนกรณีนายทักษิณไปรักษาตัวอยู่นอกเรือนจำนั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์กรมราชทัณฑ์ ซึ่งชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจที่นายทักษิณไปรักษาตัวอยู่ ไม่ใช่ชั้นพิเศษ แต่มีการรักษาความปลอดภัยตามระเบีบบกรมราชทัณฑ์ ยังเคยพบผู้ใหญ่ไปเยี่ยมญาติคนอื่นที่ไม่ใช่นายทักษิณ ทั้งนี้หากจะมีการรักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 120 วัน จะต้องมีความเห็นของอธิบดีกรมราชทัณฑ์และความเห็นแพทย์ยินยอมและส่งเรื่องให้ รมว.ยุติธรรมทราบ โดยวันที่ 21 ธ.ค.จะครบกำหนดที่นายทักษิณรักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 120 วัน จึงต้องรอรายงานจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์และแพทย์ก่อน ตนมีหน้าที่เพียงรับทราบเท่านั้น แต่ไม่ใช่ผู้อนุมัติเรื่องอาการป่วยนายทักษิณ แพทย์ยืนยันว่าป่วยจริงหลายโรค ทั้งกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง แต่การจะขอดูรายละเอียดอาการป่วยทั้งหมด ตามกฎหมายราชทัณฑ์กฎหมายทางการแพทย์ ไม่สามารถกระทำได้ถ้าผู้ป่วยไม่ยินยอม

โต้ระเบียบใหม่ไม่เอื้ออภิสิทธิ์ใคร

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ส่วนการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ให้คุมขังในสถานที่ไม่ใช่เรือนจำได้ เป็นการดำเนินการรองรับ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 เพราะเราถูกตราหน้าจากสังคมโลกว่า มีเรือนจำที่มีนักโทษล้นคุก มีเรือนจำที่เปรียบเสมือนการทรมาน เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติให้มีสถานคุมขังประเภทอื่นนอกจากเรือนจำ ทำให้ระบบบริหารเรือนจำไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ระเบียบที่ออกมาใช้ใหม่นี้ ใช้กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนายทักษิณ ระเบียบนี้ยังไม่จบ ยังต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการราชทัณฑ์ต้นเดือน ม.ค.2567 ยืนยันไม่มีอภิสิทธิ์ให้ใครคนใดคนหนึ่ง ขณะนี้เตรียมออกระเบียบอีกฉบับ ให้การคุมขังนอกเรือนจำครอบคลุมผู้ที่อยู่ระหว่างสอบสวนด้วย โดยให้ศาลพิจารณา

กมธ.ตร.จี้ราชทัณฑ์แจงข้อครหา

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เชิญรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผอ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รักษาการผู้อำนวยการ รพ.ราชทัณฑ์และฝ่ายกฎหมายทัณฑสถานเข้ามาชี้แจงต่อ กมธ. กรมราชทัณฑ์ส่งรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาชี้แจงการควบคุมนักโทษที่เข้ารับการรักษาพยาบาลและพักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงขั้นตอนการรับนักโทษว่ามีขั้นตอนอย่างไร การที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนักโทษชาย เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ เป็นการชี้ด้วยคำวินิจฉัยของแพทย์ หรืออำนาจของผู้อำนวยการเรือนจำ เบื้องต้นทราบว่ากรมราชทัณฑ์เตรียมคำวินิจฉัยของแพทย์มาชี้แจงต่อ กมธ.ว่านายทักษิณควรไปรักษาตัวที่ รพ.

จ่อขอตรวจสอบชั้น 14 รพ.ตร.

เมื่อถามถึงกำหนดการคณะ กมธ.จะเดินทางไปชั้น 14 ของ รพ.ตำรวจ นายชัยชนะกล่าวว่า ยืนยันว่ายังคงมีแผนตามเดิม เพราะเป็นอีกวิธีหนึ่งและเป็นอีกกระบวนการหนึ่งของกรมราชทัณฑ์รับผู้ต้องขัง และในส่วนของ รพ.ตำรวจต้องดูว่าการรับตัวนักโทษมีการปฏิบัติอย่างไร และปฏิบัติแบบเดียวกันทุกคนหรือไม่ ส่วนกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ระบุระเบียบกรมราชทัณฑ์ที่ออกมาล่าสุดนายทักษิณได้รับสิทธินี้ด้วย แต่ไม่ได้รับการเอื้อประโยชน์ให้ นายชัยชนะตอบว่า ต้องถามนายสมศักดิ์ ไปตอบแทนไม่ได้ แต่คิดว่าสิทธิที่นักโทษที่ได้รับต้องเท่ากัน หากเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำและสองมาตรฐานอยู่ยาก

“วรชัย” วอนสังคมเห็นใจนายใหญ่

นายวรชัย เหมะ ที่ปรึกษาของรองนายกฯกล่าวถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ได้รับสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นว่า วันนี้ทุกคนจ้องไปที่นายทักษิณ เพราะท่านกลับเข้ามาในประเทศ แล้วยอมรับเงื่อนไขกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ เมื่อท่านไม่สบายจำเป็นต้องพักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ทุกอย่างเป็นตามกระบวนการ ต้องยอมรับว่านายทักษิณเป็นอดีตนายกฯที่ถูกกระทำจากการยึดอำนาจ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นมาจัดการโดยเฉพาะ กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นเกิดจากการยึดอำนาจ จึงไม่ได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่ต้น นำไปสู่คดีความที่ศาลตัดสินคดี แต่วันนี้ทุกคนได้รู้แล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นประเทศชาติไม่ได้เสียหาย เช่น ให้เมียนมากู้เงิน คืนเงินทั้งต้นทั้งดอกหมดแล้ว จึงต้องขอความเป็นธรรมให้นายกฯทักษิณด้วย ถือเป็นอดีตนายกฯ ที่ทำให้ประเทศไทยที่อยู่ในสถานะประเทศที่ต้องกู้เงินกลับมาชำระหนี้หมดสิ้น ทำงบฯสมดุลได้สำเร็จ ทำให้คนไทยมีศักดิ์ศรี

แนะดึงสติอย่าให้วังวนเดิมกลับมา

นายวรชัยกล่าวว่า อยากให้คนที่ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์กรณีนายกฯทักษิณ ตั้งสติว่าสิ่งที่กระทำอยู่จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่เหมือนในอดีตที่มีการปลุกระดมประชาชนให้ขัดแย้งแล้วนำไปสู่การยึดอำนาจในปี 49 รวมถึงปี 57 ที่ประเด็นกฎหมายนิรโทษกรรมถูกใส่สีตีความจนเกิดการยึดอำนาจครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึง 10 ปี วันนี้ประเทศชาติอยู่ในรูปในรอยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์ที่สุด แตกต่างจาก 9 ปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง จึงอยากให้ทุกคนร่วมกันรักษาสิ่งนี้เอาไว้ ไม่พอใจอะไรก็ให้กระบวนการในสภาฯมันเดินไป อย่าขยายความขัดแย้งให้บานปลายจนประเทศกลับไปสู่วังวนเดิม

“ภูมิธรรม” วอนโยงปมการเมือง

ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีครบ 120 วัน การรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่รพ.ตำรวจ ว่า หลังจากนี้แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กรมราชทัณฑ์ จะลงความเห็นว่าจะรักษาตัวต่อได้หรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าเป็นไปตามกระบวนการและระเบียบที่มีอยู่ ไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง ระเบียบการคุมขังนักโทษนอกเรือนจำ เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะในเรือนจำแออัด ไม่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ เพราะนายทักษิณเข้ามาตามกระบวนการ เมื่อถามว่าสังคมกังขาว่าเป็นสองมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของสองมาตรฐาน วันนี้นายทักษิณเข้าสู่กระบวนการเหมือนกับประชาชนทั่วไป ระเบียบดังกล่าวไม่ได้ออกมาเพื่อนายทักษิณ แต่ออกมาเพื่อประชาชนและการจัดระเบียบเรือนจำที่แออัด

“อนุดิษฐ์” หวั่นกระทบสิทธิผู้อื่น

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามและหาข้อมูล พบว่าระเบียบราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.66 ออกตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 เป็นที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้แต่งตั้ง ทั้งการกำหนดให้สถานที่ใดเป็นสถานที่คุมขัง รวมถึงการกำหนดให้สถานที่อยู่อาศัยเป็นที่คุมขัง เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขัง พ.ศ.2563 ที่ออกโดย ครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ หากดูที่มาที่ไป รวมถึงตัวกฎหมายราชทัณฑ์ ปี 2560 ที่ปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลมากขึ้น จะเห็นว่ากระบวนการถือว่าชอบด้วยกฎหมายก่อนที่จะมาถึงรัฐบาลชุดนี้ด้วย เหตุที่ติดตามเรื่องนี้เพราะเห็นว่ามีความพยายามโยงเรื่องให้เป็นประเด็นการเมืองในกรณีของนายทักษิณ จนอาจส่งผลให้ระเบียบที่ปรับปรุงให้มีความทันสมัย จะไม่ถูกใช้ตรงตามเจตนารมณ์

“วัชระ” แซะ “อธิบดีคุก” ทำดีได้ดี

ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยหลังการประชุม กมธ.การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์แจงว่า การประกาศใช้ระเบียบกรมราชทัณฑ์ฉบับล่าสุด เป็นนโยบายของนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่เร่งให้ออกภายในปีนี้ให้ได้ หลังจากที่นายสหการณ์ลงนามในระเบียบดังกล่าว ต่อมาอีก 13 วัน ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตรงกับพุทธภาษิตที่ว่า ทำดีได้ดี ส่วนประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิดใน รพ.ตำรวจ เสียทุกตัวนั้น ได้รับการยืนยันจาก พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ นายแพทย์ (สบ7) รพ.ตำรวจว่า เป็นเรื่องจริง และกล้องเสียมานานหลายปีแล้ว สส.ที่เป็น กมธ.รับปากจะช่วยแปรญัตติของบในส่วนนี้ให้กับ รพ.ตำรวจด้วย และขอเรียกร้องก่อนวันคริสต์มาสให้ กมธ.ไป รพ.ตำรวจ เพื่อพิสูจน์ว่านายทักษิณรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 จริงหรือไม่ โดยไม่แจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการจัดฉาก

ผบ.ตร.ไม่ข้องแวะไม่ใช่หน้าที่ ตร.

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.เปิดเผยกรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นอนรักษาตัวด้วยอาการป่วยและต้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่เดินทางกลับประเทศไทยครบ 120 วันว่าเรื่องดังกล่าวอยู่นอกเหนือขั้นตอนตำรวจแล้ว เนื่องจากมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือ กรมราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจที่มีข้อตกลงร่วมกัน โดยนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจไม่ได้รายงานข้อมูลมายังตน ส่วนกรณี กมธ.การตำรวจ ที่มีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.พรรค ปชป.ในฐานะประธาน กมธ.การตำรวจเดินทางเพื่อขอตรวจสอบอาการป่วยและเข้าพบนายทักษิณที่ รพ.ตำรวจนั้น ตนไม่สามารถที่จะกำหนดหรืออนุญาตได้ เพราะเป็นความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ พ้นหน้าที่ของตำรวจไปแล้ว ย้ำว่าเป็นความเห็นกรมราชทัณฑ์เท่านั้น

สภาฯถก 4 ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ประชุมสภาฯได้พิจารณาวาระเรื่องด่วนพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ตามที่ ครม.เสนอ มีการพิจารณารวมไปกับร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกันคือร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลเสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามที่ น.ส.อรรณว์ ชุมาพร ภาคประชาชนเสนอ และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามที่นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์เสนอ สาระสำคัญคือการกำหนดให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสามารถหมั้นหรือสมรสกันได้ รวมถึงแก้ไขคำว่า ชายหญิง สามี ภริยาและสามีภริยาเป็นบุคคล ผู้หมั้น ผู้รับหมั้นและคู่สมรส เพื่อให้มีความหมายครอบคลุมคู่หมั้นหรือคู่สมรสไม่ว่าเพศใด โดย สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมไปแนวทางเดียวกัน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ที่ก่อตั้งขึ้นระหว่างบุคคลไม่ว่าเพศใด มีเพียง สส.พรรคประชาชาติเท่านั้น ที่อภิปรายไม่เห็นด้วย

“ปช.” ไม่รับหลักการขัดหลักอิสลาม

นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ กล่าวว่า จะลงมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมทั้ง 4 ฉบับ เพราะขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ยืนยันไม่มีความขัดแย้งกลุ่มหลากหลายทางเพศ แต่ไม่สบายใจการแก้ไขเรื่องคู่ชีวิตให้เป็นเพศเดียวกันได้ ในคัมภีร์อัลกุรอานระบุคู่สมรสต้องเป็นเพศชายและหญิงเท่านั้น มองเรื่องโลกเสรี แต่อย่าลืมมองเรื่องศีลธรรม

สภาฯลงมติรับหลักการท่วมท้น

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก.อภิปรายว่า เคารพความเห็นต่างในหลักการทางศาสนาและความศรัทธา ตนพร้อมรับฟังรายละเอียดร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่มีเฉพาะการสมรสเท่านั้น เพราะยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิด้วย กระทั่งเวลา 19.00 น. หลังจากสมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมทั้ง 4 ฉบับ ด้วยคะแนนท่วมท้น 369 ต่อ 10 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 โดยตั้ง กมธ. 39 คน พิจารณาในวาระ 2 โดยใช้ร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดย ครม.เป็นหลัก ก่อนปิดประชุมสภาในเวลา 19.15 น.

“ครูไทย” ย้ำจุดยืน ก.ม.สังคมสันติสุข

ที่รัฐสภา นายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน แถลงถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขต่อสภาฯ ว่า เป็นห่วงบ้านเมือง ต้องการเห็นสังคมเกิดความสันติสุขสมานฉันท์ สาระสำคัญร่างกฎหมายมีเป้าหมายให้สังคมสมานฉันท์ จะไม่แตะต้องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คดีทุจริตและคดีอาญาที่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชนถึงแก่ชีวิต เช่น การสั่งยิงนักศึกษาในอดีต คดีที่จะได้นิรโทษกรรมเป็นเพียงที่มีความเห็นต่างทางการเมือง จนเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาจะได้การเว้นโทษให้ประชาชนจะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก อยากให้สังคมไม่มีความเหลื่อมล้ำปราศจากความคลางแคลงใจต่อกัน ไม่อยากให้รัฐบาลใช้วิธีไปตั้งคณะกรรมการศึกษาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ได้ข้อสรุป เพราะเสียเวลาจะถูกมองเป็นเกมการเมือง

“โรม” ยันนิรโทษ ก.ก.ยืดหยุ่นสุด

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก.กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรค ก.ก.เป็นร่างที่หวังเป็นโมเดลทุกฝ่ายใช้พูดคุย ต้องการแก้ปัญหาทางการเมือง แก้ความรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อทำให้คนเห็นต่างไม่สามารถพูดอะไรได้ พยายามยืดหยุ่นที่สุด เปิดกว้างที่สุด มีเงื่อนไขน้อยที่สุด ไม่ควรปล่อยให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถูกนิติสงครามดำเนินการ แต่อย่าเพิ่งไปกำหนดขอบเขต เงื่อนไขให้เยอะ

อภิปรายงบฯ 67 ตามเดิม 3-5 ม.ค.67

เมื่อเวลา 14.30 น. มีการประชุมวิป 4 ฝ่าย ประกอบด้วยวิปฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ผู้นำฝ่ายค้านและตัวแทน ครม. มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่การประชุม เพื่อหารือถึงการกำหนดวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วาระแรก ภายหลังการประชุม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 วาระแรกในวันที่ 3-5 ม.ค.2567 รวม 3 วัน ไม่มีการเลื่อนประชุมตามที่ฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนการแบ่งเวลาอภิปรายของแต่ละฝ่ายยังไม่ได้สรุป จะหารือกันอีกครั้ง โดยรัฐบาลจะส่งร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 67 ให้สภาฯภายในวันที่ 26 ธ.ค.

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่มีปัญหา หากจะอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯปี 67 ในวันที่ 3-5 ม.ค.67 แต่อยากให้ได้เอกสารร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 67 มาศึกษาในวันที่ 25 ธ.ค. เพื่อให้มีเวลาศึกษาล่วงหน้า

“เศรษฐา” อึ้งเด็กเกิดใหม่ต่ำสุด 71 ปี

เมื่อเวลา 09.39 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ทวีตข้อความผ่าน X จากการเผยแพร่ข้อมูลวิชาการเรื่องอัตราการเกิดในปีที่แล้ว อยู่ในขั้นวิกฤติ มีเด็กเกิดในประเทศไทยเพียง 502,000 คน ต่ำกว่าเป้าหมาย 700,000 คน ประมาณ 30% และเป็นอัตราการเกิดต่ำสุดในรอบ 71 ปี ว่า เห็นข้อมูลชุดนี้แล้วน่าตกใจ แม้ปัญหาอัตราการเกิดของประเทศไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จะเห็นว่าอัตราการเกิดปีที่ผ่านมาของไทยต่ำที่สุดในรอบ 71 ปี ละเอียดอ่อน ในฐานะนายกฯ และรัฐบาล ตระหนักเรื่องสิทธิเหนือร่างกายและอำนาจของผู้หญิงที่พึงมีสิทธิเต็มที่ตัดสินใจจะมีลูกหรือไม่มีลูก ในฐานะนายกฯ ตนมีหน้าที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศมีความสุข เศรษฐกิจดี มีความปลอดภัย ถ้าคนจะมีลูกมั่นใจว่าลูกหลานเขาจะได้รับการศึกษาที่ดี มีงานทำ ไม่มียาเสพติด ผู้หญิงมี work life balance ทำงานได้ มีลูกได้เรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเอาไปทำการบ้าน

ดูมวยไทยตีปี๊บซอฟต์พาวเวอร์

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า หลังนายเศรษฐาลาราชการพักผ่อนตั้งแต่บ่ายวันที่ 19 ธ.ค.จะกลับมาทำงานบ่ายวันที่ 22 ธ.ค.จากนั้นเวลา 20.30 น. นายกฯเข้าร่วมการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 46 ที่ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) รามอินทรา วันที่ 23 ธ.ค.เดินทางไปภารกิจที่ จ.น่าน ลงพื้นที่พบปะประชาชนตามคำเชิญของนายพิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา โดย “ศึก ONE ลุมพินี 46” นายกฯ ยกเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทย เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม นายกฯเข้าชมคู่เอก ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวท

รบ.รับขัดไม่ได้มติบอร์ดค่าจ้าง

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการค่าจ้างหรือ บอร์ดค่าจ้าง มีมติเห็นชอบปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 2-16 บาท ตามมติเดิมวันที่ 8 ธ.ค. ว่า รัฐบาลเข้าใจว่า สิ่งไหนดำเนินการอะไรได้บ้าง เรื่องค่าแรงพรรคเพื่อไทย (พท.) หาเสียงไว้ รัฐบาลสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ขณะที่บอร์ดค่าจ้างไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลถือเป็นเอกสิทธิ์ไปแทรกแซงไม่ได้ ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ระบุออกมาจากใจจริงว่าไม่เห็นด้วยขึ้นค่าแรง 2 บาท ใน 3 จังหวัดภาคใต้ นายกฯมองว่าน้อยมากๆในแง่ของการครองชีพ ถ้าคำนวณขึ้นค่าแรงล่าสุด 300 บาท เกิดขึ้นเมื่อปี 55 จนถึงปัจจุบันขึ้นมาสูงสุดในรอบ 10 ปี ไม่เกิน 20% ส่วนตัวคิดว่าตรรกะนายกฯมองในเชิงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีช่องว่างเลื่อมล้ำสูงมาก ผู้ใช้แรงงานที่มีรายต่ำอยู่แล้ว นายกฯมีสิทธิแสดงความคิดเห็น และรู้ดีว่าไปหักหาญกันไม่ได้ ต้องเคารพปฏิบัติตามกฎหมาย

ชี้นายกฯไม่หยุดแค่นี้ดันขึ้นอีกรอบ

นายชัยกล่าวว่า เรื่องนี้เชื่อว่านายกฯจะไม่หยุดแค่นี้ คงจะมีการขับเคลื่อนต่อ ไม่ใช่นายกฯเพียงคนเดียวเชื่อว่าในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นคล้อยตามนายกฯที่ต้องปรับขึ้นเพราะค่าแรงขั้นต่ำของไทยต่ำเกินกว่าตัวเลขที่ศึกษาวิจัยว่า คนหนึ่งคนทำงานมีครอบครัวมีลูก 1 คน ขั้นต่ำต้องมีรายได้ 560 บาทต่อวัน แต่ค่าแรงกลับห่างไกลมาก เกิดปัญหาทำงานล่วงเวลา (โอที) พ่อแม่ไม่มีเวลาดูลูก นำมาซึ่งปัญหาสังคม ยืนยันรัฐบาลจะไม่หยุดแสดงความคิดเห็น เรื่องแบบนี้พูดคุยกันได้ไม่มีข้อบังคับไหน ที่ระบุว่า 1 ปี ต้องให้พิจารณาขึ้นค่าแรงเพียงครั้งเดียว บอร์ดค่าจ้างสามารถทบทวนหรือพิจารณาใหม่อีกครั้งภายในปีเดียวกันได้ และอย่ากังวลว่า ค่าจ้างสูงแล้วธุรกิจอยู่ไม่ได้ แรงงานตกงาน ยืนยันว่า แรงงานจะไม่ตกงานเพราะมีความต้องการของสินค้าอยู่ เชื่อว่ามีผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่รอดเติบโตขึ้นมาในรูปแบบที่สามารถบริหารจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงได้ ธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าแรงอย่างเดียว ยังมีเรื่องเส้นขนส่งความเสถียรของไฟฟ้าและปัจจัยอื่นอีกมาก ตนไม่ห่วงว่านายจ้างจะอยู่ไม่ได้และจะย้ายฐานการผลิต หากย้ายไปตลาดที่เคยค้าขายอยู่ยังมีช่องว่าง ยังมีผู้เล่นที่จะขยายเข้ามากินตลาดนี้อยู่ ประเทศไม่เสียหายขออย่าห่วง

ส.อ.ท.ค้านขึ้นอีก เม.ย.67 ไม่เหมาะ

นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานคณะกรรมการสายแรงงาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า บอร์ดค่าจ้างมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยึดมติเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ขั้นต่ำเค่าจ้างขั้นต่ำ 2-16 บาท/วัน พิจารณาถูกต้องแล้ว เนื่องจากคำนวณตามกฎระเบียบของข้อกฎหมายทุกประการ โดยผ่านการนำเสนอจากคณะอนุกรรมการค่าจ้างระดับจังหวัดก่อนที่จะเสนอมายังบอร์ด ไตรภาคีจังหวัดย่อมรู้ดีว่าอัตราค่าจ้างแต่ละพื้นที่ใดควรจะปรับขึ้นอย่างไร และมีเกณฑ์กำหนดไว้แล้ว

ดัชนีชี้วัดไม่เปลี่ยนควรไปปรับ ม.ค.68

“ส่วนที่จะแต่งตั้งอนุกรรมการปรับสูตรคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำใหม่และอาจจะพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำอีกรอบในช่วง เม.ย.2567 เป็นเรื่องอนาคต สุดท้ายสูตรคำนวณต้องสะท้อนข้อเท็จจริง และยึดหลักการตามกฎหมาย ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ความสามารถในการจ่ายของผู้ประกอบการ ความเดือดร้อนของลูกจ้าง ประสิทธิภาพแรงงาน การจะปรับขึ้นอีกรอบในช่วงเดือน เม.ย.ปีหน้า ดูไม่มีเหตุและผลอันควร เพราะดัชนีชี้วัดต่างๆยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก ควรปรับเปลี่ยนจะเป็นช่วงปลายปี และมีผลในวันที่ 1 ม.ค.2568 จะเหมาะสมกว่าค่าจ้างขั้นต่ำเป็นค่าจ้างสำหรับแรงงานแรกเข้า เราไม่ควรจะทำอะไรที่ฝืนตลาด เพราะแรงงานที่มีทักษะฝีมือได้รับค่าจ้างที่สูงอยู่แล้ว” นายสุชาติกล่าว

“เฉลิมชัย” เดินเครื่องสางการบ้าน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ครั้งแรกว่าได้แจ้งแนวทางการขับเคลื่อนพรรคในช่วง 3-6 เดือนแรก พูดคุยถึงการประชุมใหญ่สามัญของพรรคที่จะมีขึ้นในเดือน เม.ย.ของทุกปี ต้องสร้างและทำให้ทุกคนได้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยมอบให้ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรคดูแลแก้ไขข้อบังคับพรรคในทุกประเด็นให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อนำเสนอในที่ประชุมใหญ่ จะตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร โซเชียลฯ เทคโนโลยี นวัตกรรม เปิดช่องทางสื่อสารกับสื่อมวลชน และพื้นที่รองรับสื่อมวลชน มีนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบ และให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค รับผิดชอบในเรื่องสมาชิกพรรค และการขับเคลื่อนจัดทำยุทธศาสตร์ แผนการขับเคลื่อนทั้ง 5 ภาค หลังจากปีใหม่สิ่งต่างๆต้องปรากฏภาพของความชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะความมีเอกภาพของพรรค

ลั่น ปชป.ออกพรรษากบเลิกจำศีล

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า พรรคมีเอกภาพแล้ว และพร้อมขับเคลื่อนทันที ตนจะทำงานในหลักการของประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง จะเอาหลักการกลับคืนมาให้ทุกคนดู ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนไม่ได้เพราะเราไม่มีเอกภาพ ตลอดเวลาหลังเลือกตั้งนิ่งอยู่กับที่เหมือนกบจำศีล วันนี้ออกพรรษาแล้วกบเลิกจำศีลแล้ว หลังจากนี้เป็นต้นไปคือการขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง เมื่อวันนี้เราหาเอกภาพได้แล้วจึงขอโอกาส หลังจากตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ขึ้นมาแล้วจะสามารถส่งความคิดเห็นให้คำแนะนำมาที่ศูนย์ได้ จากนี้จะขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมากขึ้น คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

“เดชอิศม์” โว ปชป.ขอลุยซักฟอก

นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ว่า คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ต้องทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง อาจจะไม่เปลี่ยนแบบ 360 องศา แต่อย่างน้อย 90 องศา ต้องมีสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นอาจจะเป็น 1-2 หมื่น ภายในเวลา 3 เดือนเป็นแบบตลอดชีพ วันนี้ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนอนาคตตนพูดแทน สส.และ กก.บห.พรรคไม่ได้ ปี 62 มีการพูดแทนทั้ง สส.และ กก.บห. สุดท้ายพอมีประชุมร่วม สส.และ กก.บห.กลายเป็นว่ามีมติให้ร่วมรัฐบาล ฉะนั้นวันนี้จะเร็วเกินไปที่ตนจะพูดค้านหรือเข้าร่วม วันนี้หัวหน้าพรรคก้าวไกลยกหูมาคุยกับตนนัดคุยกันในทุกบทบาทช่วงหลังปีใหม่ ขอให้มั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะมีบทบาทสำคัญอย่างแน่นอน ได้ให้การบ้าน สส.ไปแล้ว

แหล่งที่มา

Scroll to Top