“ธรรมนัส” โชว์ “เกษตรฯ 99 วันทำได้จริง” เกษตรกร รายได้เพิ่ม 3 เท่า ใน 4 ปี

“ธรรมนัส” โชว์ “เกษตรฯ 99 วันทำได้จริง” เกษตรกร รายได้เพิ่ม 3 เท่า ใน 4 ปี

“ธรรมนัส” รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงใหญ่ โชว์ผลงาน “เกษตรฯ 99 วันทำได้จริง” รุกเป้าหมาย พี่น้องเกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ด้วย 6 นโยบายเกษตรสำคัญ

วันที่ 22 ธ.ค. 66 ที่กระทรวงเกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตร โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งกำหนดแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินภารกิจเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมาย โดยกำหนดนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างครอบคลุม ทั้งนโยบายพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเน้นโครงการพระราชดำริ นโยบายระยะสั้น ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนนโยบายระยะกลาง และระยะยาว เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต โดยมีผลการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ระยะเวลา 99 วัน (ตั้งแต่ 1 กันยายน-8 ธันวาคม 2566) ดังนี้

1. นโยบายพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ในโครงการจัดงานมหกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และจัดงานนิทรรศการหมุนเวียน ประชาชนได้รับความรู้ ไม่น้อยกว่า 3,000 ราย ดำเนินการเผยแพร่ แนวพระราชดำริและสร้างความตระหนักเรื่องดิน ผ่านกิจกรรม วันดินโลก ผู้ร่วมงานทั้ง Onsite และ Online ประมาณ 118,594 ราย จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารแล้ว 11 จังหวัด

2. นโยบายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เร่งเตรียมมาตรการรองรับภัยพิบัติ โรคระบาดพืช และสัตว์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริการจัดการน้ำในช่วงวิกฤติภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ 40,387 ล้านลูกบาศก์เมตร วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 21,810 ล้านลูกบาศก์เมตร (อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ เกษตรฤดูแล้ง อุตสาหกรรม) พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง 5.8 ล้านไร่ สำรองน้ำต้นฤดูฝน 18,577 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มปริมาณฝนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร กระจายน้ำจากแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ได้ดำเนินการร่วมกับชุมชนเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง พร้อมประกาศปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน ดำเนินการตรวจสอบห้องเย็นทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกัน ระหว่าง กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งหมด 107 จุด ในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ แพร่ มุกดาหาร หนองคาย บึงกาฬ สุรินทร์ สระแก้ว ตราด จันทบุรี ระยอง ระนอง กาญจนบุรี และสมุทรปราการ

3. นโยบายสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต การสร้างและขยายโอกาส บริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกร โดยประกาศใช้ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2 ฉบับ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 เพื่อยกระดับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 จำนวน 9,820 ราย 11,060 แปลง เนื้อที่จำนวน 107,284 ไร่ สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ โดย รมว.กษ. กับผู้แทนระดับรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และผู้นำภาครัฐและเอกชนของประเทศญี่ปุ่น จีน นอร์เวย์ มาเลเซีย และผู้แทน FAO

การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สนับสนุนการขายคาร์บอนเครดิต และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และบำบัดน้ำเสียเพื่อกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ เกษตรกรมีปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการนำผักตบชวาหมักด้วยสารเร่ง พด.1 รวม 34,744 ตัน คิดเป็นมูลค่า 104.23 ล้านบาท ส่งเสริมการทำคาร์บอนเครดิต ในสวนยาง นำร่อง 45,000 ไร่ ใน จ.จันทบุรี จ.เลย และ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อขอยื่นรับรองมาตรฐาน T-VER

การอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร เป็นตัวแทนรัฐบาลในการเจรจาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เจรจา 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มสมัชชาคนจน (สคจ.) 2) กลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน (สกอ.) และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน (สพอ.) 3) กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และ 4) กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม นอกจากนี้ ยังจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด จำนวน 66 จังหวัด และดำเนินโครงการตรวจประเมินการควบคุมภายในเพื่อป้องกันความเสี่ยงการทุจริตด้านดิจิทัลในสหกรณ์ เพื่อป้องปรามปัญหาการทุจริต ในสหกรณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สหกรณ์ภาคการเกษตรดำเนินการแล้ว 1,500 แห่ง

สำหรับงานสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งดำเนินการในระยะต่อไป จะยังคงมุ่งเน้นตามนโยบายอย่างครอบคลุม อีกมากกว่า 30 โครงการ มีนโยบายระยะกลาง และระยะยาว “สร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต”

“ตามที่รัฐมนตรีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 3 คน ตลอดจนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ได้ทำงานภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นระยะเวลา 99 วัน มีผลงานการแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกรที่ทำได้จริง ได้แก่ การแจกที่ดิน ส.ป.ก. การปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ในการบรรเทาเหตุน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงช่วยเหลือพี่น้องประมงให้ทำมาหากินได้อย่างสบายใจ ส่วนของขวัญที่กระทรวงเกษตรฯ จะมอบให้แก่เกษตรกรในปี 2567 ได้แก่ 1) การแก้ไขกฎหมายฉบับรองด้านประมงทั้ง 19 ฉบับ โดยประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีการขยายการประมงให้ครบ 290 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง 2) การเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร โดยในวันที่ 15 มกราคม 2567 จะมีการมอบโฉนดฉบับแรกโดยนายกรัฐมนตรี 3) การปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน เพื่อให้สินค้าภาคการเกษตรขยับราคาสูงขึ้น นอกจากนี้ จะนำนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ มาต่อยอดและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” รมว.เกษตรฯ กล่าว

แหล่งที่มา

Scroll to Top