“ตาม็อก” สามีป้าถอน เผยพิรุธ “ลุงพล” 3 ข้อ

"ตาม็อก" สามีป้าถอน เผยพิรุธ "ลุงพล" 3 ข้อ

 

“ตาม็อก” สามีป้าถอน เผยพิรุธ “ลุงพล” 3 “ร้องไห้ตอนนักข่าวมา -อาบน้ำเเค่ขันเดียว หายไป 30 นาที-อ้างจะใช้หนี้หลักเเสนให้ ทั้งที่ไม่มีเงิน” 

วันที่ 20 ธ.ค. 66 นายม็อก สามีของป้าถอน ซึ่งเป็นคนที่เดินทางไปส่งพระกับลุงพลในวันเกิดเหตุ เเละเป็นคนที่เดินตามหาน้องชมพู่พร้อมกับลุงพล ก่อนจะไปพบศพน้องชมพู่บนภูเหล็กไฟ 

นายม็อก ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว “อมรินทร์ทีวี” ว่า ในวันดังกล่าวตนได้เดินตามหาน้องชมพู่ ซึ่งกลุ่มของตนมี 5 คน ประกอบด้วย ตน , ลุงพล , นายสมบัติ (คนเจอศพคนเเรก) , เเละชาวบ้านอีก 2 คน ก็เดินหากันตามปกติ กระทั่งไปถึงบนยอดภูเหล็กไฟ ได้ส่องไฟไปเห็นงู พวกตน 5 คน จึงพากันกระโดดหลบด้วยความตกใจ ทำให้นายสมบัติซึ่งกระโดดไปตรงจุดพบศพพอดี เห็นศพเป็นคนเเรก ซึ่งตนเชื่อว่าจากความลาดชันดังกล่าว และสภาพพื้นที่ที่เห็นเด็กวัย 3 ขวบ ไม่สามารถเดินขึ้นมาได้อย่างแน่นอน 

นายม็อก เปิดเผยว่า ตนตั้งข้อพิรุธของลุงพลอยู่ 3 ข้อ ดังนี้ พิรุธข้อที่ 1 พวกตนเป็นชาวบ้านกลุ่มเเรกที่พบศพ รวมถึงลุงพลด้วยก็เจอพร้อมกัน เเต่หลังจากเจอศพเเล้ว ลุงพลยังนิ่งอยู่ ยังไม่ได้ร้องไห้ จนกระทั่งมีนักข่าวเดินขึ้นมา ลุงพลจึงเริ่มส่งเสียงร้องไห้ เเต่ตอนนั้นตนเองยังไม่ได้คิดอะไร 

พิรุธข้อที่ 2 ในช่วงเช้าก่อนจะไปรับพระ ลุงพลให้การกับตำรวจว่าเดินทางออกจากสวนยางในเวลา 09.22 น. โดยลุงพลอ้างว่ากลับบ้านไปอาบน้ำเเค่ขันเดียว ก่อนจะรีบไปรับพระ เเล้วมาจอดรับตนที่บ้าน เเต่ในวันดังกล่าวตนเองกลับจากสวนยางเวลา 09.30 น. หลังลุงพล 8 นาที เมื่อมาถึงบ้านก็อาบน้ำ ก่อนจะไปสูบบุหรี่อยู่หน้าบ้าน ส่วนป้าถอนภรรยาของตนก็ได้อาบน้ำทำกับข้าว จนกระทั่งป้าถอนทานข้าวเสร็จ ลุงพลจึงขับรถมาจอดที่หน้าบ้านในเวลา 11.00 น. ซึ่งขัดกับคำพูดของลุงพล ถ้าอาบน้ำเเค่ขันเดียวเเล้วไปรับพระจะใช้เวลาเเค่เเปปเดียว เเต่ไทม์ไลน์ของลุงพลหายไปกว่า 30 นาที 

พิรุธข้อที่ 3 หลังจากเกิดเรื่องประมาณ 1 สัปดาห์ ตนนั่งรถไปซื้อสายยางกับลุงพล ที่อ.เต่างอย อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 30 กิโลเมตร เเละระหว่างทางที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ลุงพลได้เอ่ยปากถามตนว่า ตอนนี้มีหนี้สินอยู่เท่าไหร่ ตนเองก็ตอบไปว่าเป็นหนี้ ธ.ก.ส. จำนวน 4 เเสนบาท ลุงพลก็บอกว่าเดี๋ยวถ้ามีเงินจะใช้หนี้ให้ทั้งหมดเลย ซึ่งตนก็งงว่าลุงพลพูดเเบบนั้นทำไม จะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ให้ตน เพราะขณะนั้นลุงพลยังเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยังไม่ได้มีเงินเหมือนตอนนี้ 

จากข้อพิรุธดังกล่าว ทำให้ตนมานอนครุ่นคิดอยู่หลายวันว่าลุงพลเเปลกๆ เเต่ก็ยังไม่กล้าพูดอะไร เเละช่วงหลังๆ นิสัยของลุงพลก็เปลี่ยนไป หลังจากมีเงินก็เปลี่ยนเป็นคนละคน จากคนเคยเป็นเพื่อนกัน ก็กลับกลายเหมือนคนไม่รู้จักกัน จนกระทั่งวันที่ 20 ธ.ค. ตนก็เดินทางไปลุ้นคดีน้องชมพู่ที่ศาลจังหวัดมุกดาหารด้วย คิดไว้อยู่เเล้วว่าคำพิพากษาต้องออกมาในรูปเเบบนี้ ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย

แหล่งที่มา

Scroll to Top