ศาลแขวงพระนครใต้ยกฟ้องคดี #ขบวนกี ทั้ง 2 คดี

ศาลแขวงพระนครใต้ยกฟ้องคดี #ขบวนกี ทั้ง 2 คดี

ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษายกฟ้องคดีชุมนุมวันเดียว 2 คดี ศาลยกเหตุในคดี #ขบวนกี2 ว่าโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดชุมุนม ส่วนคดี #ขบวนกี3 ศาลยกเหตุพิสูจน์ไม่ได้ว่าการชุมนุมทำให้เกิดการแพร่เชื้อโควิด-19

20 ธ.ค.2566 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานผลคำพิพากษาของศาลแขวงพระนครใต้ในคดีชุมนุม 2 คดีคือ #ขบวนกี2 และ #ขบวนกี3 ที่มีคำพิพากษาในวันเดียวกัน โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยในทั้ง 2 คดี ซึ่งเป็นคดีที่พวกเขาถูกฟ้องด้วยข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหมือนกัน

พิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดชุมนุม

คดี #ขบวนกี2 ที่อัยการฟ้องจำเลย 4 คนได้แก่ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือ แอมป์, ธารารัตน์ ไพบูลย์ธนสมบัติ, แทนฤทัย แท่นรัตน์ สมาชิกกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และปพัชชา บู่สังข์ ด้วยข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ #ขบวนกี2 #อัยจะขยี้ยูวให้แหลกคึ ของกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก เพื่อไปเข้าร่วม “คาร์ม็อบใหญ่ ไล่ทรราช” เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564 จัดโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม บริเวณแยกราชประสงค์ แต่ทั้ง 4 คนได้ต่อสู้ว่าพวกตนไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมและการชุมนุมไม่ได้เสี่ยงแพร่เชื้ออย่างที่ถูกกล่าวหา

ศาลอ่านคำพิพากษาว่าในประเด็นเรื่องฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แม้จากหลักฐานพยานโจทก์จะเห็นว่า จำเลยทั้งสี่เข้าร่วมชุมนุมทำกิจกรรมบริเวณหน้าตึกซิโนทัย ร่วมกันปราศรัย พ่นสี แจกใบปลิว และอื่น ๆ แต่โดยพฤติการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะเป็นแกนนำ หรือผู้จัดให้มีการชุมนุม รวมถึงไม่มีหลักฐานปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่เป็นผู้จัดการชุมนุมแต่อย่างใด ศาลเห็นว่ายังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

ทั้งนี้จากการชุมนุม #ขบวนกี2 ยังมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีเป็นเยาวชนอีก 2 คน ซึ่งถูกฟ้องด้วยข้อหาเดียวกันในศาลเยาวชนและครอบครัวกลางคือ “ต้นอ้อ” ที่ขณะเกิดเหตุอายุ 17 ปีและ “ปิง” ที่ขณะเกิดเหตุอายุ 16 ปี แต่ทั้ง 2 คนถูกศาลเยาวชนฯ พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้องถูกลงโทษปรับคนละ 4,000 บาท เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2566 ที่ผ่านมา

ชุมนุมไม่ได้เสี่ยงแพร่โควิด

ส่วนคดี #ขบวนกี3 ที่อัยการฟ้องจำเลย 3 คนได้แก่  ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือวาดดาว, ศิริ นิลพฤกษ์ หรือทาทา สมาชิกกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และ แทนฤทัย แท่นรัตน์ หรือพิมพ์ สมาชิกกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กีดขวางทางสาธารณะฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.ความสะอาดฯ และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จากกรณีเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบ #ขบวนกี3 หรือ #เฟมตัวร้ายกับนายคฝ.ตัวดี ของกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก บริเวณซอยสีลม 2 เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564

สรุปคำพิพากษาของศาลได้ว่าจากพยานฝ่ายโจทก์และภาพถ่ายทำให้เห็นว่าสถานที่จัดชุมนุมเป็นสถานที่โล่งไม่ใช่ที่แออัด อีกทั้งผู้ชุมนุมยังกระจายตัวไปตามจุดต่างๆ ยื่นห่างกันพอสมควร เคลื่อนไหวไปมาได้สะดวกไม่ได้เบียดเสียดกัน อีกทั้งจำเลยและผู้ชุมนุมมีการใส่หน้ากากอนามัย และฝ่ายโจทก์ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีการแพร่เชื้อโควิด-19 หรือไม่ จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องของโจทก์ ให้พิพากษายกฟ้อง

นอกจากจำเลยทั้ง 3 คน แล้วเหตุการณ์ครั้งนี้นี้ยังมี “ต้นอ้อ” ที่ขณะเกิดเหตุอายุ 17 ปีถูกฟ้องในศาลเยาวชนฯ ด้วยข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ, พ.ร.บ.ความสะอาดฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385  แต่ศาลเยาวชนฯ พิพากษาลงโทษปรับต้นอ้อรวมแล้ว 4,000 บาทอีกเช่นกัน

แหล่งที่มา

Scroll to Top