นิทรรศการออนไลน์ 'Broken Cities' พาสำรวจผลกระทบซ่อนเร้นของสงครามในเมือง

นิทรรศการออนไลน์ 'Broken Cities' พาสำรวจผลกระทบซ่อนเร้นของสงครามในเมือง

นิทรรศการออนไลน์ ‘Broken Cities’ โดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) พาสำรวจผลกระทบอันซ่อนเร้นของสงครามในเมือง ครั้งแรกในรูปแบบโปรแกรม 3 มิติ ผ่านภาพถ่ายอาคารที่พังทลายกว่า 35,000 ภาพ

19 ธ.ค. 2566 ร่วมสำรวจผลพวงอันโหดร้ายของการสู้รบที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเมืองผ่าน ‘Broken Cities’ นิทรรศการดิจิทัลแบบอิมเมอร์ซีฟ ที่นำเสนอภาพถ่ายสภาพภายในของอาคารที่พังทลายจากสงครามกว่า 35,000 ภาพ ครั้งแรกในรูปแบบโปรแกรม 3 มิติ

นิทรรศการนี้ จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ไอซีอาร์ซี (International Committee of the Red Cross – ICRC) เพื่อพาผู้ชมสำรวจผลกระทบจากสงครามผ่านการจำลองรูปแบบ 3 มิติของพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาลหลักโมซุล อิบน์ ซินา อาคารที่อาศัยในฉนวนกาซา และตลาดเก่าแก่ของเมืองอเลปโป พร้อมนำเสนอเรื่องราวของผู้ได้รับผลกระทบในแง่ความเข้มแข็ง ความสามัคคี และการยืนหยัดฟื้นคืนชีวิตและความเป็นอยู่จากซากปรักหักพังอันเป็นผลพวงของการสู้รบในพื้นที่เขตเมือง

“Broken Cities” นำเสนอเรื่องราวผ่านสื่อหลากหลายประเภท ช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงและเข้าใจเรื่องราวการก่อร่างสร้างชีวิตใหม่ของผู้รอดชีวิตหลังการสู้รบยุติลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเฟริยาล ไฟซ์ สาธา และซัฟวัน  

นิทรรศการยังใช้เทคนิคโฟโตแกรมเมทรี ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคการสำรวจและรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุดในปัจจุบัน โดยนำเอาทั้งโดรนและกล้องถ่ายภาพมาใช้บันทึกภาพถ่ายทับซ้อนกันหลายพันภาพ เพื่อให้สามารถบันทึกสภาพอาคารแต่ละแห่งได้ครบถ้วนทุกแง่มุมและรายละเอียด

ฟาบริซิโอ คาร์โบนี ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกใกล้และกลางของไอซีอาร์ซี กล่าวว่า “โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อยกย่องชื่นชมพลเรือนผู้รอดชีวิต และนำเสนอเรื่องราวผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นต่อชีวิตผู้คน แม้ว่าเมืองต่างๆ หลายแห่ง อย่าง อเลปโป กาซา และโมซุล จะได้รับความสนใจจากสื่อและมีการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับสงครามจำนวนมาก ทว่าเรื่องราวปัญหาและอุปสรรคที่ประชาชนในพื้นที่ประสบกลับไม่ค่อยได้รับการนำเสนอมากนัก นิทรรศการ ‘Broken Cities’ นำเสนอเรื่องราวที่จะทำให้เราเห็นถึงผลกระทบอันซ่อนเร้นที่เกิดขึ้นต่อชีวิตผู้คนอันเป็นผลจากสงครามในพื้นที่เขตเมือง รวมถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขจัดการเรื่องนี้ร่วมกัน”

นอกจากนี้ นิทรรศการยังนำเสนอให้เห็นบทบาทของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ ในการบรรเทาความทุกข์ทรมานของพลเรือน ด้วยมุ่งหวังสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจในหมู่ผู้รับชม

เมื่อใดที่การสู้รบลุกลามเข้าไปในพื้นที่เขตเมือง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืออันตรายร้ายแรงที่จะเกิดแก่ชีวิตพลเรือน แม้จะมีความพยายามจัดการกับผลกระทบด้านมนุษยธรรม แต่ก็ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งนอกจากจะนำเสนอภาพถ่ายและเรื่องราวผู้ประสบภัยแล้ว นิทรรศการ “Broken Cities” ยังมุ่งส่งเสริมให้มีการคุ้มครองพลเรือน ยึดมั่นในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธระเบิดหนักในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่

นิทรรศการ “Broken Cities” ผสมผสานภาพถ่าย เทคโนโลยี และการนำเสนอเรื่องราวที่สร้างประสบการณ์ร่วมของผู้ชม อันจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจ กระตุ้นให้ผู้รับชมได้ไตร่ตรองทบทวน รวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลดีต่อโลกของเรา และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชม ทั้งผู้คนทั่วไป ชุมชน และผู้กำหนดนโยบาย ได้คิดทบทวนเกี่ยวกับบทบาทของตนในการร่วมสร้างสรรค์พื้นที่ที่ทำให้พลเรือนมีความปลอดภัยมากขึ้น แม้ในยามสงคราม

เกี่ยวกับ “Broken Cities”

นิทรรศการ Broken Cities ใช้เทคนิคโฟโตแกรมเมทรีสุดล้ำ ซึ่งเป็นเทคนิคการเก็บข้อมูลที่ปราศจากการสัมผัสและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ สามารถบันทึกภาพขนาดและลักษณะของพื้นที่รวมถึงวัตถุได้อย่างแม่นยำ ผ่านภาพถ่ายมากถึง 35,000 ภาพ โดยใช้ภาพถ่ายที่ทีมเจ้าหน้าที่ภาคสนามของไอซีอาร์ซีบันทึกไว้ในช่วงกลางปี 2022 มาจำลองสถานที่ต่างๆ ในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งมีการนำเอาโดรนและกล้องถ่ายภาพมาใช้ เพื่อให้สามารถบันทึกสภาพอาคารแต่ละแห่งได้อย่างครบถ้วนทุกแง่มุมและรายละเอียด

ไอซีอาร์ซี จัดทำนิทรรศการนี้ก่อนที่สถานการณ์ในอิสราเอลและฉนวนกาซาจะยกระดับความรุนแรงขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2023 และแม้ว่าเรามีข้อมูลว่าอาคารอัลเมนาจะยังคงอยู่ในขณะที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับนิทรรศการนี้ แต่เราก็ยังคงต้องหาข้อมูลเพื่อยืนยันว่าผู้รอดชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวในฉนวนกาซาที่ปรากฏในนิทรรศการยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ 

• “ตลาดเก่าแก่แห่งเมืองอเลปโป ประเทศซีเรีย: สถานที่สำคัญของเมืองถูกทำลายย่อยยับ หลงเหลือเพียงประวัติศาสตร์ที่ฝังจมอยู่ใต้ซากปรักหักพัง”  นำเสนอเรื่องราวความยากลำบากและทุกข์ทรมานที่ชาวเมืองอเลปโปต้องเผชิญนานนับหลายปี หลังสถานที่อันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของเมืองถูกทำลายลง

• “คนรุ่นเก่าคงไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะสร้างและเริ่มต้นธุรกิจขึ้นมาใหม่ คงได้หวังให้คนรุ่นใหม่เป็นคนทำหน้าที่นี้แทน ทุกสิ่งอย่างล้วนมีวันจบสิ้นลง แต่ไม่ใช่ตลาด เพราะตลาดคือพื้นที่จะฟื้นตัวและกลับมาเจริญรุ่งเรืองได้อีกครั้งอยู่เสมอ” ฮาซัน อาหมัด สไวดัน เจ้าของร้านค้าในตลาดกล่าว

• “โรงพยาบาลหลักโมซุล อิบน์ ซินา ประเทศอิรัก: สถานพยาบาลได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างไร” นำเสนอเรื่องราวผลกระทบจากการทำลายโรงพยาบาลขนาดใหญ่สุดของเมือง ที่ส่งผลต่อระบบการให้บริการด้านสาธารณสุขในระยะยาว

• “เพราะว่าคนที่จ่ายค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนหรือเดินทางออกไปรักษาที่เมืองอื่น ไม่ได้มีทุกคน เราจึงสร้างโรงพยาบาลอิบน์ ซินาแห่งนี้ขึ้นมาใหม่หมด เป้าหมายหลักของเราคือการช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้” ดร.ไฟซ์ อิบราฮิม อัล-ฮัมดานี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลักอิบน์ ซินา กล่าว

• “อาคารที่อยู่อาศัยในฉนวนกาซา: ความหวังและความทรงจำของครอบครัวที่สูญหายไปพร้อมกับอพาร์ตเมนต์ที่ถูกระเบิด”  นำเสนอเรื่องราวผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสภาพจิตใจของชาวกาซา จากการต้องไร้ซึ่งแห่งหนที่อยู่อาศัย การเผชิญกับความอดอยาก การพลัดถิ่นฐาน รวมถึงการขาดเครือข่ายสนับสนุนที่ถูกพังทลายลง อันเป็นผลพวงของการสู้รบที่ปะทุขึ้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2021

• “ทุกอย่างที่ฉันมีถูกทำลายจนย่อยยับ จนฉันรู้สึกหมดสิ้นความหวังในชีวิตนี้ ฉันคงเริ่มสร้างอะไรใหม่ขึ้นมาไม่ได้แล้วตอนนี้ ฉันอยู่ที่อพาร์ตเมนต์นี้มาเกือบสามสิบปี หมดสิ้นแล้วชีวิตของฉัน ทุกอย่างพังทลายลงไม่เหลืออะไรเลย ความทรงจำทั้งหมดของฉันถูกฝังไว้ ความทรงจำทั้งชีวิตที่มี ทุกอย่างที่จำได้อยู่ในบ้านหลังนี้” เฟริยาล อัล-ซาเยห์ เจ้าของอพาร์ตเมนต์ในอาคารอัลเมนา กล่าว

ร่วมสำรวจ ‘Broken Cities’ นิทรรศการดิจิทัลแบบอิมเมอร์ซีฟ ได้ที่

 

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่เฟซบุ๊ก : ทวิตเตอร์ : LINE ไอดี = @prachatai



แหล่งที่มา

Scroll to Top